================================================== -->

บา คา ร่า 700

การเติบโตของธุรกิจความงามในเมืองไทยยังไปได้สวย จะเห็นภาพของการเปิดบริการคลินิกความงาม ร้านเสริมสวย หรือแม้แต่ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเมกอัพ ที่มีวางจำหน่ายกันตามท้องตลาดจำนวนมาก แต่ในขณะเดียวกัน ผู้บริโภคก็ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีความน่าเชื่อถือ และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพผิวพรรณของตัวเอง จากสถิติของตลาดความงามในประเทศไทย พบว่ามีความน่าสนใจด้วยมูลค่าที่สูงถึง 57 หมื่นล้านบาท โดยมีอัตราการเติบโต 38% โดยข้อมูลวิจัยชุด ตลาดเครื่องสำอางและความงามไทย ได้สรุปสิ่งที่ผู้ประกอบการควรรู้และนำไปปรับใช้หลายด้าน ทั้งในเรื่องของการเข้าใจถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคและความต้องการ ตลอดจนแนวโน้มตลาดว่ามีทิศทางเป็นเช่นไรอีกด้วย หากมีข้อมูลที่ทำให้วางแผนได้ตรงจุด ก็จะสามารถวางกลยุทธ์ทางการตลาดได้อย่างเหมาะสม ก่อนจะเฉลยว่าควรตีโจทย์การตลาดอย่างไร มาดูกันก่อนว่าตลาดเครื่องสำอางไทยแบ่งออกเป็นกี่กลุ่ม และมีอัตราการเติบโตอย่างไรกันบ้าง สำหรับตลาดความงามในเมืองไทยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มย่อย ประกอบด้วย 1กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผมและศีรษะ (Hair Care) เติบโตในอัตรา 08% 2กลุ่มผลิตภัณฑ์บอดี้แคร์ (Body Care) เติบโต 35% 3กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า (Face Care) โตประมาณ 45% และ 4กลุ่มผลิตภัณฑ์เมกอัพ (Make Up) เติบโต 16% เมื่อพิจารณาถึงสัดส่วนต่อมูลค่าตลาดรวมของกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม จะเห็นว่าสินค้ากลุ่มดูแลผิวหน้า หรือ Face Care เป็นสัดส่วนสูงสุดถึง 40% เมื่อเทียบกับภาพรวมตลาด รองลงมาได้แก่ กลุ่มแฮร์แคร์ กลุ่มเมกอัพ และกลุ่มบอดี้แคร์ ในสัดส่วน 33%, 16% และ 11% ตามลำดับ โดยกลุ่มบอดี้แคร์จะมีสัดส่วนน้อยที่สุด ส่วนผลิตภัณฑ์ที่ช่วยขับเคลื่อนให้ตลาดมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องจะอยู่ในกลุ่มเมกอัพ หรือเป็นสินค้าประเภทที่ต้องใช้เป็นประจำ อาทิ ดินสอเขียนคิ้ว รองพื้น และลิปสติก ขณะเดียวกันยังเป็นการเติบโตของยอดขายจากผู้ซื้อปัจจุบัน 74% การขยายตัวของผู้ซื้อรายใหม่คิดเป็น 4% โดยเป็นกลุ่มคนที่อยู่ในเขตตัวเมืองเป็นส่วนใหญ่ โดยการเติบโตนี้เกิดจากปัจจัยของการซื้อที่ตอบสนองด้านอารมณ์ที่สามารถเพิ่มความมั่นใจให้ตนเอง ยิ่งกว่านี้ สินค้ากลุ่มเมกอัพยังมีช่องว่างให้เติบโตไปได้อีกมาก เมื่อเปรียบเทียบกับตลาดความงามอย่างประเทศเกาหลี ที่สามารถเจาะตลาดเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ถึง 85% ในขณะที่ประเทศไทยปัจจุบันอยู่ที่ 48% หากมาดูเรื่องของกลุ่มเป้าหมายของตลาดความงามในเมืองไทยเปลี่ยนไปจากอดีตค่อนข้างมาก โดยกลุ่มที่ทำให้ตลาดเติบโตแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก คือ กลุ่ม Gen Z, กลุ่ม Millennials กลุ่ม Gen X และกลุ่ม Baby Boomer สำหรับกลุ่ม Millennials หรือกลุ่มคนที่มีอายุ 23-39 ปี ที่อยู่ในวัยเริ่มทำงาน จะเป็นกลุ่มหลักที่สัดส่วนถึง 43% ต่อยอดขายโดยภาพรวม ทั้งในแง่ของมูลค่าและปริมาณ โดยที่กลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นจะเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญของตลาดอีกด้วย สำหรับความเห็นจาก อิษณาติ วุฒิธนากุล ผู้อำนวยการด้านพัฒนาธุรกิจ บริษัท กันตาร์ เวิร์ลดพาแนล (ไทยแลนด์) ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า จากการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคในผลิตภัณฑ์กลุ่มความงาม แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์สำคัญที่เจาะให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ จะต้องเป็นกลยุทธ์ที่สามารถผนวกรวมระหว่างโลกของยุคดิจิทัล สังคม และธุรกิจที่เป็นหนึ่งเดียว การนำกลยุทธ์ Micro Influencer มาใช้อย่างถูกต้อง และเข้าถึงพฤติกรรมผู้บริโภคด้านความงามในปัจจุบันอย่างถ่องแท้ ว่ามีความต้องการผลิตภัณฑ์ความงามที่เป็นการป้องกัน หรือประเภท Anti-Aging มากกว่าต้องการการแก้ไข ทั้งนี้ ผู้บริโภคปัจจุบันมีความต้องการผลิตภัณฑ์ประเภทสวยเร่งด่วน และต้องการความสะดวกสบาย เป็นสูตรสำเร็จแบบออล-อิน-วัน เน้นผลิตภัณฑ์ที่เป็นธรรมชาติ ไม่ก่อให้เกิดการแพ้ ที่สำคัญที่สุดคือต้องเป็นสินค้าที่มีเรื่องราว มีความเป็นมา และอยู่ในยุคสมัยอีกด้วย อย่างไรก็ดี สำหรับผลิตภัณฑ์กลุ่มความงามในประเทศไทยนั้น จากข้อมูลข้างต้นชี้ให้เห็นถึงสถานะและปัจจัยต่อตลาดไทยหลายอย่างที่ยังทำให้มีโอกาสเติบโตไปได้อีกมาก นอกจากนี้ ออนไลน์เป็นช่องทางการตลาดที่สำคัญยิ่งในอนาคต โดยหัวใจสู่ความสำเร็จในการยึดครองตลาดเป้าหมายคือ การแชร์ อัพเกรดและต้องออนไลน์ และการเจาะตลาดเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น ผู้ประกอบการหรือแบรนด์สินค้าจะต้องพัฒนาสินค้าและหาแคมเปญที่โดนใจควบคู่กันไปด้วย

  • เยี่ยมชมบล็อก:233528
  • จำนวนบล็อกโพสต์: 375
  • กลุ่มผู้ใช้: ผู้ใช้ทั่วไป
  • เวลาลงทะเบียน:2021-05-13 22:54:45
  • ตรารับรอง:
รายละเอียดส่วนบุคคล

2 พค61 - พอปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พลตตปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบกภจวปัตตานี นายพงศ์เทพ ไข่มุกด์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ร่วมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ภายหลังจากศาลชั้นต้นปัตตานี พิพากษา 10 ผู้ต้องหามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ 6 คดี ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จปัตตานี โดยมีสื่อมวลชน และครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ร่วมรับฟังที่บริเวณที่ทางเข้ามัสยิดกลางปัตตานี 1 ในจุดที่เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด)

ที่เก็บบทความ

2015(544)

2014(155)

2013(712)

2012(310)

การสมัครสมาชิก

การจำแนกประเภท: Shunan Online

บา คา ร่า 700, คุม แบบมือประสานเป้า เอาอำนาจ แต่ไม่เอางาน-เอาการ ก็ยังพออภัย อดีตผู้พิพากษาแฉขบวนการหยิบฉวยบ้านพักศาลโยงคดีทักษิณ! 02 พฤษภาคม พศ 2561 เวลา 17:28 น แหม! ดูเหมือนเพลานี้เรื่องว่าด้วยป่าเขาลำเนาไพรมักเป็นเรื่องร้อนแรงเสียเหลือเกิน โดย เสือดำ ของ เสี่ยเปรมชัย กรรณสูต บิ๊กบอสแห่งอิตาเลียนไทยฯ ก็อยู่ในช่วงการสั่งฟ้องสารพัดคดี ซึ่งก็มีข่าวเป็นกระสายเป็นข่าวใหญ่ข่าวเล็กบ้าง ในขณะที่ บ้านพักตุลาการ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 เชิงดอยสุเทพ จเชียงใหม่ กลับมาแรงแซงทางโค้ง ๐ ดูง่ายๆ เพจไทยคู่ฟ้า ซึ่งเปิดมาสักระยะ แต่คนไปแสดงความคิดเห็นหร็อมแหร็ม แต่หลังจากโพสต์ขอความเห็นแก้ไขปัญหาเรื่องดังกล่าว มี คอมเมนต์ มากว่า 20,000 ความเห็น ยอดแชร์กว่า 6,300 ครั้ง เรียกว่ามากกว่ายอดรวมทุกโพสต์ที่เพจเคยโพสต์ ทีเดียว ๐ เรียกว่าเสียงแสดงความคิดเห็นหรือความกระตือรือร้นกันคึกคักทีเดียว แต่พอย้อนกลับมาดูคนที่รับมอบหมายให้มาเป็น โต้โผหาแนวทางแก้ปัญหาดังกล่าวอย่าง สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี บอกได้คำเดียวว่า ขาโจ๋ ส่ายหน้ากันเป็นทิวแถว เพราะผลงานของ สุวพันธุ์ ที่ผ่านมาต้องบอกว่าอืดยิ่งกว่า เรือเกลือ เสียอีก ๐ แล้วที่ ขำไม่ออกคือ รัฐมนตรีสุวพันธุ์ ยังมีกำหนดนัดลงพื้นที่ในวันที่ 6 พคเสียอีก แม้จะอ้างเหตุผลว่าเพื่อจะไปพูดคุยกับเครือข่ายภาคประชาชน 17 เครือข่ายก็ตามที แต่ นี่มันยุคไทยแลนด์ 40 ตามที่ทั่นหัวหน้าคณะคืนความสุขป่าวประกาศตลอดเวลา แต่ สุวพันธุ์ เหมือนทำงานยุค 04 อย่างไรอย่างนั้น ๐ หันมาเรื่องคาราคาซังอย่าง คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกตกันบ้าง หลังจากปิดรับสมัครมาจนแทบลืมกันไปแล้ว พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) ก็ระบุว่าได้ฤกษ์ส่องคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครทั้ง 33 คน แล้ว และในวันที่ 3 พคก็จะรู้ว่าใครมาสัมภาษณ์ในรอบสุดท้ายกันบ้าง ๐ พูดถึง กกตไม่เอ่ยถึง สมชัย ศรีสุทธิยากร ก็ไม่ได้ เพราะหลังถูกเด้งฟ้าผ่าจากมาตรา 44 ให้หยุดปฏิบัติงาน ก็ใช้เวลาว่างไป เขียนหนังสือว่าด้วยบทเรียนจากการทำหน้าที่ กกต ซึ่งก็เอามาเผยแพร่ในเฟซบุ๊กส่วนตัวและเฟซบุ๊กแฟนคลับ แต่ดูเหมือนไม่เปรี้ยงปร้าง เจ้าตัวเลยต้องมาไลฟ์สดรายวัน แหม! แต่ก็ไม่คึกคักเหมือนช่วงมี หัวโขน นั่นแล ที่สำคัญคนเขายังวิจารณ์กันอีกว่า ที่พูดปาวๆ นั้น ตอนมีอำนาจหน้าที่ได้ทำบ้างหรือไม่จ๊ะ ๐ พูดถึงเรื่อง การเมือง ไม่แวะไปยังพรรคจดแจ้งใหม่คงไม่ได้ โดยเฉพาะพรรคที่อ้างสรรพคุณว่าเป็นทางเลือกใหม่ เป็นอนาคตใหม่ของ ไพร่หมื่นล้าน ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ไม่ได้ เพราะแนวทางโปรโมตพรรคดูคล้ายๆ ยุคอดีตว่าด้วยการตลาดเสียนี่กระไร แล้วที่สำคัญที่ปากพร่ำว่าเป็น อนาคตใหม่ ที่จะสร้างความเท่าเทียมในทุกๆ ด้านนั้น เรื่องจริงหรือแค่คำพูดสวยหรูกันแน่ เพราะขาเมาธ์มอยเขาเริ่มสงสัยกันแล้ว พรรคอนาคตใหม่ที่อุดมไปด้วยนักกฎหมายทั้ง ปิยบุตร แสงกนกกุล หรือ ชำนาญ จันทร์เรือง นั้น ดูเหมือนจะใช้ช่องโหว่ช่องว่างของคำสั่งหัวหน้า คสชเคลื่อนไหวเสียเหลือเกิน ไล่มาตั้งแต่การนัดกินกาแฟตอนไปจดตั้งพรรคบ้าง การทัวร์สงกรานต์อีสานบ้าง หรือแม้กระทั่งการลงพื้นที่ จตรัง และล่าสุดการไปเดินในวันแรงงาน ๐ แบบนี้เขาเรียกว่า เอาเปรียบพรรคใหม่ที่ขอจดตั้งทั้ง 99 พรรค และ กกตได้อนุมัติแล้ว 31 พรรคหรือไม่อย่างไรไหม เพราะ ธนาธร-ปิยบุตร ก็มักบอกเสมอว่าเป็นอนาคตใหม่ เป็นทางเลือกใหม่เพื่อคนรุ่นใหม่ แต่การใช้ช่องว่างและการตลาดสร้างความนิยมเข้าตัวแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใดนะ เพราะที่ผ่านมา พรรคไทยรักไทย ก็เคยใช้มาแล้ว ที่สำคัญแค่การเอารัดเอาเปรียบช่วงสตาร์ทยังมากขนาดนี้ ก็ไม่อยากคิดเลยว่าในอนาคตหากได้รับเลือกเข้ามาบริหารประเทศจริงๆ อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง หรือจะซ้ำรอยใครบางคนที่ชีวิตอาจต้องตายในต่างแดนก็เป็นได้ ๐ หันไปเรื่องต่างบ้านต่างเมืองกันบ้าง เพราะเรื่องของ อำนาจ นี่ไม่เข้าใครออกใครเสียจริงๆ ไม่ว่าจะเชื้อชาติไหน ดูอย่าง อองซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐของเมียนมา ที่วันนี้ออกมาถามหาตัวแทนจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ว่ามีหลักฐานที่กล่าวหาว่า กองกำลังความมั่นคงของรัฐบาลเมียนมา ใช้ความรุนแรงต่อชาวมุสลิมโรฮีนจาหรือไม่อย่างไร แหม! ถ้า ย้อนกลับไปสัก 10-20 ปี ก็ไม่รู้ว่า ซูจี จะกล้าพูดประโยคแบบนี้หรือไม่ อย่างไรนะเนี่ย ๐ ต้องบอกว่าเป็นไม้เบื่อไม้เมาของจริงสำหรับ The Washington Post กับ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพราะล่าสุดได้เผยสถิติของ ทรัมป์ ว่าด้วยเรื่อง ขี้จุ๊ ว่า 466 วันที่นั่งทำงานในทำเนียบขาว โกหกไปแล้วกว่า 3,000 ครั้ง หรือเฉลี่ยโกหกถึงวันละ 65 ครั้ง และคาดว่าหากอยู่ครบเทอม 4 ปีอาจโกหกทะลุ 8,000 ครั้งกันเลยทีเดียว ๐สำหรับมติ ครมเมื่อวันที่ 24 เมย ครมได้มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอในการแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง กระทรวงมหาดไทย จำนวน 12 ราย คือ 1ให้นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ พ้นจากตำแหน่งรองปลัดกระทรวง (นักบริหารระดับสูง สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครองระดับสูง) จังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานปลัดกระทรวง2 ให้นายปวิณ ชำนิประศาสน์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครองระดับสูง) จังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง (นักบริหารระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง 3 ให้นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครองระดับสูง) จังหวัดเชียงราย สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครองระดับสูง) จังหวัดพะเยา สำนักงานปลัดกระทรวง 4 ให้นายประจญ ปรัชญ์สกุล พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครองระดับสูง) จังหวัดพะเยา สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครองระดับสูง) จังหวัดเชียงราย สำนักงานปลัดกระทรวง

การเติบโตของธุรกิจความงามในเมืองไทยยังไปได้สวย จะเห็นภาพของการเปิดบริการคลินิกความงาม ร้านเสริมสวย หรือแม้แต่ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเมกอัพ ที่มีวางจำหน่ายกันตามท้องตลาดจำนวนมาก แต่ในขณะเดียวกัน ผู้บริโภคก็ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีความน่าเชื่อถือ และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพผิวพรรณของตัวเอง จากสถิติของตลาดความงามในประเทศไทย พบว่ามีความน่าสนใจด้วยมูลค่าที่สูงถึง 57 หมื่นล้านบาท โดยมีอัตราการเติบโต 38% โดยข้อมูลวิจัยชุด ตลาดเครื่องสำอางและความงามไทย ได้สรุปสิ่งที่ผู้ประกอบการควรรู้และนำไปปรับใช้หลายด้าน ทั้งในเรื่องของการเข้าใจถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคและความต้องการ ตลอดจนแนวโน้มตลาดว่ามีทิศทางเป็นเช่นไรอีกด้วย หากมีข้อมูลที่ทำให้วางแผนได้ตรงจุด ก็จะสามารถวางกลยุทธ์ทางการตลาดได้อย่างเหมาะสม ก่อนจะเฉลยว่าควรตีโจทย์การตลาดอย่างไร มาดูกันก่อนว่าตลาดเครื่องสำอางไทยแบ่งออกเป็นกี่กลุ่ม และมีอัตราการเติบโตอย่างไรกันบ้าง สำหรับตลาดความงามในเมืองไทยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มย่อย ประกอบด้วย 1กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผมและศีรษะ (Hair Care) เติบโตในอัตรา 08% 2กลุ่มผลิตภัณฑ์บอดี้แคร์ (Body Care) เติบโต 35% 3กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า (Face Care) โตประมาณ 45% และ 4กลุ่มผลิตภัณฑ์เมกอัพ (Make Up) เติบโต 16% เมื่อพิจารณาถึงสัดส่วนต่อมูลค่าตลาดรวมของกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม จะเห็นว่าสินค้ากลุ่มดูแลผิวหน้า หรือ Face Care เป็นสัดส่วนสูงสุดถึง 40% เมื่อเทียบกับภาพรวมตลาด รองลงมาได้แก่ กลุ่มแฮร์แคร์ กลุ่มเมกอัพ และกลุ่มบอดี้แคร์ ในสัดส่วน 33%, 16% และ 11% ตามลำดับ โดยกลุ่มบอดี้แคร์จะมีสัดส่วนน้อยที่สุด ส่วนผลิตภัณฑ์ที่ช่วยขับเคลื่อนให้ตลาดมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องจะอยู่ในกลุ่มเมกอัพ หรือเป็นสินค้าประเภทที่ต้องใช้เป็นประจำ อาทิ ดินสอเขียนคิ้ว รองพื้น และลิปสติก ขณะเดียวกันยังเป็นการเติบโตของยอดขายจากผู้ซื้อปัจจุบัน 74% การขยายตัวของผู้ซื้อรายใหม่คิดเป็น 4% โดยเป็นกลุ่มคนที่อยู่ในเขตตัวเมืองเป็นส่วนใหญ่ โดยการเติบโตนี้เกิดจากปัจจัยของการซื้อที่ตอบสนองด้านอารมณ์ที่สามารถเพิ่มความมั่นใจให้ตนเอง ยิ่งกว่านี้ สินค้ากลุ่มเมกอัพยังมีช่องว่างให้เติบโตไปได้อีกมาก เมื่อเปรียบเทียบกับตลาดความงามอย่างประเทศเกาหลี ที่สามารถเจาะตลาดเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ถึง 85% ในขณะที่ประเทศไทยปัจจุบันอยู่ที่ 48% หากมาดูเรื่องของกลุ่มเป้าหมายของตลาดความงามในเมืองไทยเปลี่ยนไปจากอดีตค่อนข้างมาก โดยกลุ่มที่ทำให้ตลาดเติบโตแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก คือ กลุ่ม Gen Z, กลุ่ม Millennials กลุ่ม Gen X และกลุ่ม Baby Boomer สำหรับกลุ่ม Millennials หรือกลุ่มคนที่มีอายุ 23-39 ปี ที่อยู่ในวัยเริ่มทำงาน จะเป็นกลุ่มหลักที่สัดส่วนถึง 43% ต่อยอดขายโดยภาพรวม ทั้งในแง่ของมูลค่าและปริมาณ โดยที่กลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นจะเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญของตลาดอีกด้วย สำหรับความเห็นจาก อิษณาติ วุฒิธนากุล ผู้อำนวยการด้านพัฒนาธุรกิจ บริษัท กันตาร์ เวิร์ลดพาแนล (ไทยแลนด์) ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า จากการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคในผลิตภัณฑ์กลุ่มความงาม แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์สำคัญที่เจาะให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ จะต้องเป็นกลยุทธ์ที่สามารถผนวกรวมระหว่างโลกของยุคดิจิทัล สังคม และธุรกิจที่เป็นหนึ่งเดียว การนำกลยุทธ์ Micro Influencer มาใช้อย่างถูกต้อง และเข้าถึงพฤติกรรมผู้บริโภคด้านความงามในปัจจุบันอย่างถ่องแท้ ว่ามีความต้องการผลิตภัณฑ์ความงามที่เป็นการป้องกัน หรือประเภท Anti-Aging มากกว่าต้องการการแก้ไข ทั้งนี้ ผู้บริโภคปัจจุบันมีความต้องการผลิตภัณฑ์ประเภทสวยเร่งด่วน และต้องการความสะดวกสบาย เป็นสูตรสำเร็จแบบออล-อิน-วัน เน้นผลิตภัณฑ์ที่เป็นธรรมชาติ ไม่ก่อให้เกิดการแพ้ ที่สำคัญที่สุดคือต้องเป็นสินค้าที่มีเรื่องราว มีความเป็นมา และอยู่ในยุคสมัยอีกด้วย อย่างไรก็ดี สำหรับผลิตภัณฑ์กลุ่มความงามในประเทศไทยนั้น จากข้อมูลข้างต้นชี้ให้เห็นถึงสถานะและปัจจัยต่อตลาดไทยหลายอย่างที่ยังทำให้มีโอกาสเติบโตไปได้อีกมาก นอกจากนี้ ออนไลน์เป็นช่องทางการตลาดที่สำคัญยิ่งในอนาคต โดยหัวใจสู่ความสำเร็จในการยึดครองตลาดเป้าหมายคือ การแชร์ อัพเกรดและต้องออนไลน์ และการเจาะตลาดเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น ผู้ประกอบการหรือแบรนด์สินค้าจะต้องพัฒนาสินค้าและหาแคมเปญที่โดนใจควบคู่กันไปด้วย การเติบโตของธุรกิจความงามในเมืองไทยยังไปได้สวย จะเห็นภาพของการเปิดบริการคลินิกความงาม ร้านเสริมสวย หรือแม้แต่ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเมกอัพ ที่มีวางจำหน่ายกันตามท้องตลาดจำนวนมาก แต่ในขณะเดียวกัน ผู้บริโภคก็ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีความน่าเชื่อถือ และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพผิวพรรณของตัวเอง จากสถิติของตลาดความงามในประเทศไทย พบว่ามีความน่าสนใจด้วยมูลค่าที่สูงถึง 57 หมื่นล้านบาท โดยมีอัตราการเติบโต 38% โดยข้อมูลวิจัยชุด ตลาดเครื่องสำอางและความงามไทย ได้สรุปสิ่งที่ผู้ประกอบการควรรู้และนำไปปรับใช้หลายด้าน ทั้งในเรื่องของการเข้าใจถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคและความต้องการ ตลอดจนแนวโน้มตลาดว่ามีทิศทางเป็นเช่นไรอีกด้วย หากมีข้อมูลที่ทำให้วางแผนได้ตรงจุด ก็จะสามารถวางกลยุทธ์ทางการตลาดได้อย่างเหมาะสม ก่อนจะเฉลยว่าควรตีโจทย์การตลาดอย่างไร มาดูกันก่อนว่าตลาดเครื่องสำอางไทยแบ่งออกเป็นกี่กลุ่ม และมีอัตราการเติบโตอย่างไรกันบ้าง สำหรับตลาดความงามในเมืองไทยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มย่อย ประกอบด้วย 1กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผมและศีรษะ (Hair Care) เติบโตในอัตรา 08% 2กลุ่มผลิตภัณฑ์บอดี้แคร์ (Body Care) เติบโต 35% 3กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า (Face Care) โตประมาณ 45% และ 4กลุ่มผลิตภัณฑ์เมกอัพ (Make Up) เติบโต 16% เมื่อพิจารณาถึงสัดส่วนต่อมูลค่าตลาดรวมของกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม จะเห็นว่าสินค้ากลุ่มดูแลผิวหน้า หรือ Face Care เป็นสัดส่วนสูงสุดถึง 40% เมื่อเทียบกับภาพรวมตลาด รองลงมาได้แก่ กลุ่มแฮร์แคร์ กลุ่มเมกอัพ และกลุ่มบอดี้แคร์ ในสัดส่วน 33%, 16% และ 11% ตามลำดับ โดยกลุ่มบอดี้แคร์จะมีสัดส่วนน้อยที่สุด ส่วนผลิตภัณฑ์ที่ช่วยขับเคลื่อนให้ตลาดมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องจะอยู่ในกลุ่มเมกอัพ หรือเป็นสินค้าประเภทที่ต้องใช้เป็นประจำ อาทิ ดินสอเขียนคิ้ว รองพื้น และลิปสติก ขณะเดียวกันยังเป็นการเติบโตของยอดขายจากผู้ซื้อปัจจุบัน 74% การขยายตัวของผู้ซื้อรายใหม่คิดเป็น 4% โดยเป็นกลุ่มคนที่อยู่ในเขตตัวเมืองเป็นส่วนใหญ่ โดยการเติบโตนี้เกิดจากปัจจัยของการซื้อที่ตอบสนองด้านอารมณ์ที่สามารถเพิ่มความมั่นใจให้ตนเอง ยิ่งกว่านี้ สินค้ากลุ่มเมกอัพยังมีช่องว่างให้เติบโตไปได้อีกมาก เมื่อเปรียบเทียบกับตลาดความงามอย่างประเทศเกาหลี ที่สามารถเจาะตลาดเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ถึง 85% ในขณะที่ประเทศไทยปัจจุบันอยู่ที่ 48% หากมาดูเรื่องของกลุ่มเป้าหมายของตลาดความงามในเมืองไทยเปลี่ยนไปจากอดีตค่อนข้างมาก โดยกลุ่มที่ทำให้ตลาดเติบโตแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก คือ กลุ่ม Gen Z, กลุ่ม Millennials กลุ่ม Gen X และกลุ่ม Baby Boomer สำหรับกลุ่ม Millennials หรือกลุ่มคนที่มีอายุ 23-39 ปี ที่อยู่ในวัยเริ่มทำงาน จะเป็นกลุ่มหลักที่สัดส่วนถึง 43% ต่อยอดขายโดยภาพรวม ทั้งในแง่ของมูลค่าและปริมาณ โดยที่กลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นจะเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญของตลาดอีกด้วย สำหรับความเห็นจาก อิษณาติ วุฒิธนากุล ผู้อำนวยการด้านพัฒนาธุรกิจ บริษัท กันตาร์ เวิร์ลดพาแนล (ไทยแลนด์) ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า จากการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคในผลิตภัณฑ์กลุ่มความงาม แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์สำคัญที่เจาะให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ จะต้องเป็นกลยุทธ์ที่สามารถผนวกรวมระหว่างโลกของยุคดิจิทัล สังคม และธุรกิจที่เป็นหนึ่งเดียว การนำกลยุทธ์ Micro Influencer มาใช้อย่างถูกต้อง และเข้าถึงพฤติกรรมผู้บริโภคด้านความงามในปัจจุบันอย่างถ่องแท้ ว่ามีความต้องการผลิตภัณฑ์ความงามที่เป็นการป้องกัน หรือประเภท Anti-Aging มากกว่าต้องการการแก้ไข ทั้งนี้ ผู้บริโภคปัจจุบันมีความต้องการผลิตภัณฑ์ประเภทสวยเร่งด่วน และต้องการความสะดวกสบาย เป็นสูตรสำเร็จแบบออล-อิน-วัน เน้นผลิตภัณฑ์ที่เป็นธรรมชาติ ไม่ก่อให้เกิดการแพ้ ที่สำคัญที่สุดคือต้องเป็นสินค้าที่มีเรื่องราว มีความเป็นมา และอยู่ในยุคสมัยอีกด้วย อย่างไรก็ดี สำหรับผลิตภัณฑ์กลุ่มความงามในประเทศไทยนั้น จากข้อมูลข้างต้นชี้ให้เห็นถึงสถานะและปัจจัยต่อตลาดไทยหลายอย่างที่ยังทำให้มีโอกาสเติบโตไปได้อีกมาก นอกจากนี้ ออนไลน์เป็นช่องทางการตลาดที่สำคัญยิ่งในอนาคต โดยหัวใจสู่ความสำเร็จในการยึดครองตลาดเป้าหมายคือ การแชร์ อัพเกรดและต้องออนไลน์ และการเจาะตลาดเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น ผู้ประกอบการหรือแบรนด์สินค้าจะต้องพัฒนาสินค้าและหาแคมเปญที่โดนใจควบคู่กันไปด้วย ตอนนี้ ท่านอาจารย์ยักษ์ ท่านก็เร่งรองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดินอยู่ ส่วนเราเพิ่งส่งแบบให้เมื่อเดือนมีคเอง ส่วนกรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่นน่าจะเร็ว เพราะอธิบดีฯสนใจมาก และถ้าท้องถิ่นเห็นด้วย จะเร็วกว่า กรมพัฒนาที่ดิน เพราะใกล้ชิดกับประชาชนมากกว่า ดูทั่วประเทศ และเขาไม่ได้สนับสนุนพื้นที่ใหญ่ แค่มุมเล็กๆ ถ้าทุกบ้านมีมุมเล็กๆทำแบบนี้ เชือว่าหมู่บ้านนั้นจะยั่งยืนแน่ เพียงแต่ต้องให้ความรู้และมีอะไรอื่นๆให้เขา นายวัลลภ พุ่มแฟง อายุ 71 ปี ชาวบ้านหมู่ 10 ตกง เปิดเผยกับว่า อดีตตนเองเคยเป็นสารวัตรกำนัน มีอาชีพค้าปลาสด ทำปลาร้า แต่เมื่อ 4 ปีก่อนได้ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ทำให้พิการขาอ่อนแรงและลำไส้ทะลักออกมาข้างนอกร่างกาย จึงหันมาทำไม้กวาดขาย โดยแอบจำเขามาแล้วฝึกทำจนคล่อง ทุกวันจะขี่จักรยานไฟฟ้าจากบ้านมานั่งขายอยู่หน้าเซเว่นฯ ตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 4 โมงเย็น ได้กำไรวันละ 100-200 บาท เพื่อนำไปซื้อยาและถุงเปลี่ยนใส่ลำไส้ นอกจากนี้ก็ยังได้เพาะเลี้ยงลูกกบขายอยู่ที่บ้านด้วย

อ่าน(839) | แสดงความคิดเห็น(811) | ส่งต่อ(569) |
ฝากของไว้ให้เจ้าของ!~~

หลิวจวง 2021-05-13

หลิวกง ด้านสุดาพร พรหมรักษา ชาวบ้านอศรีน่าน ที่เคยรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติศรีน่านมาแล้ว เพื่อปลูกข้าวโพด ทำไร่เลื่อนลอย แต่พบว่าปลูกแล้วไม่ได้อะไร ต่อมาถูกเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ก็มายึดไร่ แต่ก็ไม่มีการให้ความรู้อื่นๆ แต่อย่างใด เล่าว่า หลังโดนยึดไร่ หัวหน้าบัณฑิต ฉิมชาติ ก็มาเป็นหัวหน้าอุทยาน ได้เข้ามาพูดคุย ทำความเข้าใจ จึงเกิดความศรัทธา คิดเปลี่ยนแปลงตัวเอง ตอนนี้เหลือพื้นที่ 14ไร่ จากเดิมมี 50ไร่ แต่พื้นที่แค่นี้ ก็สามารถอยู่ได้ ถ้าทำตามศาสตร์พระราชา ปัจจุบันมีรายได้พออยู่ พอกิน ไม่มีหนี้

การเติบโตของธุรกิจความงามในเมืองไทยยังไปได้สวย จะเห็นภาพของการเปิดบริการคลินิกความงาม ร้านเสริมสวย หรือแม้แต่ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเมกอัพ ที่มีวางจำหน่ายกันตามท้องตลาดจำนวนมาก แต่ในขณะเดียวกัน ผู้บริโภคก็ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีความน่าเชื่อถือ และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพผิวพรรณของตัวเอง จากสถิติของตลาดความงามในประเทศไทย พบว่ามีความน่าสนใจด้วยมูลค่าที่สูงถึง 57 หมื่นล้านบาท โดยมีอัตราการเติบโต 38% โดยข้อมูลวิจัยชุด ตลาดเครื่องสำอางและความงามไทย ได้สรุปสิ่งที่ผู้ประกอบการควรรู้และนำไปปรับใช้หลายด้าน ทั้งในเรื่องของการเข้าใจถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคและความต้องการ ตลอดจนแนวโน้มตลาดว่ามีทิศทางเป็นเช่นไรอีกด้วย หากมีข้อมูลที่ทำให้วางแผนได้ตรงจุด ก็จะสามารถวางกลยุทธ์ทางการตลาดได้อย่างเหมาะสม ก่อนจะเฉลยว่าควรตีโจทย์การตลาดอย่างไร มาดูกันก่อนว่าตลาดเครื่องสำอางไทยแบ่งออกเป็นกี่กลุ่ม และมีอัตราการเติบโตอย่างไรกันบ้าง สำหรับตลาดความงามในเมืองไทยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มย่อย ประกอบด้วย 1กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผมและศีรษะ (Hair Care) เติบโตในอัตรา 08% 2กลุ่มผลิตภัณฑ์บอดี้แคร์ (Body Care) เติบโต 35% 3กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า (Face Care) โตประมาณ 45% และ 4กลุ่มผลิตภัณฑ์เมกอัพ (Make Up) เติบโต 16% เมื่อพิจารณาถึงสัดส่วนต่อมูลค่าตลาดรวมของกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม จะเห็นว่าสินค้ากลุ่มดูแลผิวหน้า หรือ Face Care เป็นสัดส่วนสูงสุดถึง 40% เมื่อเทียบกับภาพรวมตลาด รองลงมาได้แก่ กลุ่มแฮร์แคร์ กลุ่มเมกอัพ และกลุ่มบอดี้แคร์ ในสัดส่วน 33%, 16% และ 11% ตามลำดับ โดยกลุ่มบอดี้แคร์จะมีสัดส่วนน้อยที่สุด ส่วนผลิตภัณฑ์ที่ช่วยขับเคลื่อนให้ตลาดมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องจะอยู่ในกลุ่มเมกอัพ หรือเป็นสินค้าประเภทที่ต้องใช้เป็นประจำ อาทิ ดินสอเขียนคิ้ว รองพื้น และลิปสติก ขณะเดียวกันยังเป็นการเติบโตของยอดขายจากผู้ซื้อปัจจุบัน 74% การขยายตัวของผู้ซื้อรายใหม่คิดเป็น 4% โดยเป็นกลุ่มคนที่อยู่ในเขตตัวเมืองเป็นส่วนใหญ่ โดยการเติบโตนี้เกิดจากปัจจัยของการซื้อที่ตอบสนองด้านอารมณ์ที่สามารถเพิ่มความมั่นใจให้ตนเอง ยิ่งกว่านี้ สินค้ากลุ่มเมกอัพยังมีช่องว่างให้เติบโตไปได้อีกมาก เมื่อเปรียบเทียบกับตลาดความงามอย่างประเทศเกาหลี ที่สามารถเจาะตลาดเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ถึง 85% ในขณะที่ประเทศไทยปัจจุบันอยู่ที่ 48% หากมาดูเรื่องของกลุ่มเป้าหมายของตลาดความงามในเมืองไทยเปลี่ยนไปจากอดีตค่อนข้างมาก โดยกลุ่มที่ทำให้ตลาดเติบโตแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก คือ กลุ่ม Gen Z, กลุ่ม Millennials กลุ่ม Gen X และกลุ่ม Baby Boomer สำหรับกลุ่ม Millennials หรือกลุ่มคนที่มีอายุ 23-39 ปี ที่อยู่ในวัยเริ่มทำงาน จะเป็นกลุ่มหลักที่สัดส่วนถึง 43% ต่อยอดขายโดยภาพรวม ทั้งในแง่ของมูลค่าและปริมาณ โดยที่กลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นจะเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญของตลาดอีกด้วย สำหรับความเห็นจาก อิษณาติ วุฒิธนากุล ผู้อำนวยการด้านพัฒนาธุรกิจ บริษัท กันตาร์ เวิร์ลดพาแนล (ไทยแลนด์) ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า จากการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคในผลิตภัณฑ์กลุ่มความงาม แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์สำคัญที่เจาะให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ จะต้องเป็นกลยุทธ์ที่สามารถผนวกรวมระหว่างโลกของยุคดิจิทัล สังคม และธุรกิจที่เป็นหนึ่งเดียว การนำกลยุทธ์ Micro Influencer มาใช้อย่างถูกต้อง และเข้าถึงพฤติกรรมผู้บริโภคด้านความงามในปัจจุบันอย่างถ่องแท้ ว่ามีความต้องการผลิตภัณฑ์ความงามที่เป็นการป้องกัน หรือประเภท Anti-Aging มากกว่าต้องการการแก้ไข ทั้งนี้ ผู้บริโภคปัจจุบันมีความต้องการผลิตภัณฑ์ประเภทสวยเร่งด่วน และต้องการความสะดวกสบาย เป็นสูตรสำเร็จแบบออล-อิน-วัน เน้นผลิตภัณฑ์ที่เป็นธรรมชาติ ไม่ก่อให้เกิดการแพ้ ที่สำคัญที่สุดคือต้องเป็นสินค้าที่มีเรื่องราว มีความเป็นมา และอยู่ในยุคสมัยอีกด้วย อย่างไรก็ดี สำหรับผลิตภัณฑ์กลุ่มความงามในประเทศไทยนั้น จากข้อมูลข้างต้นชี้ให้เห็นถึงสถานะและปัจจัยต่อตลาดไทยหลายอย่างที่ยังทำให้มีโอกาสเติบโตไปได้อีกมาก นอกจากนี้ ออนไลน์เป็นช่องทางการตลาดที่สำคัญยิ่งในอนาคต โดยหัวใจสู่ความสำเร็จในการยึดครองตลาดเป้าหมายคือ การแชร์ อัพเกรดและต้องออนไลน์ และการเจาะตลาดเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น ผู้ประกอบการหรือแบรนด์สินค้าจะต้องพัฒนาสินค้าและหาแคมเปญที่โดนใจควบคู่กันไปด้วย

Taizong Li Xiong 2021-05-13 22:54:45

การเติบโตของธุรกิจความงามในเมืองไทยยังไปได้สวย จะเห็นภาพของการเปิดบริการคลินิกความงาม ร้านเสริมสวย หรือแม้แต่ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเมกอัพ ที่มีวางจำหน่ายกันตามท้องตลาดจำนวนมาก แต่ในขณะเดียวกัน ผู้บริโภคก็ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีความน่าเชื่อถือ และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพผิวพรรณของตัวเอง จากสถิติของตลาดความงามในประเทศไทย พบว่ามีความน่าสนใจด้วยมูลค่าที่สูงถึง 57 หมื่นล้านบาท โดยมีอัตราการเติบโต 38% โดยข้อมูลวิจัยชุด ตลาดเครื่องสำอางและความงามไทย ได้สรุปสิ่งที่ผู้ประกอบการควรรู้และนำไปปรับใช้หลายด้าน ทั้งในเรื่องของการเข้าใจถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคและความต้องการ ตลอดจนแนวโน้มตลาดว่ามีทิศทางเป็นเช่นไรอีกด้วย หากมีข้อมูลที่ทำให้วางแผนได้ตรงจุด ก็จะสามารถวางกลยุทธ์ทางการตลาดได้อย่างเหมาะสม ก่อนจะเฉลยว่าควรตีโจทย์การตลาดอย่างไร มาดูกันก่อนว่าตลาดเครื่องสำอางไทยแบ่งออกเป็นกี่กลุ่ม และมีอัตราการเติบโตอย่างไรกันบ้าง สำหรับตลาดความงามในเมืองไทยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มย่อย ประกอบด้วย 1กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผมและศีรษะ (Hair Care) เติบโตในอัตรา 08% 2กลุ่มผลิตภัณฑ์บอดี้แคร์ (Body Care) เติบโต 35% 3กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า (Face Care) โตประมาณ 45% และ 4กลุ่มผลิตภัณฑ์เมกอัพ (Make Up) เติบโต 16% เมื่อพิจารณาถึงสัดส่วนต่อมูลค่าตลาดรวมของกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม จะเห็นว่าสินค้ากลุ่มดูแลผิวหน้า หรือ Face Care เป็นสัดส่วนสูงสุดถึง 40% เมื่อเทียบกับภาพรวมตลาด รองลงมาได้แก่ กลุ่มแฮร์แคร์ กลุ่มเมกอัพ และกลุ่มบอดี้แคร์ ในสัดส่วน 33%, 16% และ 11% ตามลำดับ โดยกลุ่มบอดี้แคร์จะมีสัดส่วนน้อยที่สุด ส่วนผลิตภัณฑ์ที่ช่วยขับเคลื่อนให้ตลาดมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องจะอยู่ในกลุ่มเมกอัพ หรือเป็นสินค้าประเภทที่ต้องใช้เป็นประจำ อาทิ ดินสอเขียนคิ้ว รองพื้น และลิปสติก ขณะเดียวกันยังเป็นการเติบโตของยอดขายจากผู้ซื้อปัจจุบัน 74% การขยายตัวของผู้ซื้อรายใหม่คิดเป็น 4% โดยเป็นกลุ่มคนที่อยู่ในเขตตัวเมืองเป็นส่วนใหญ่ โดยการเติบโตนี้เกิดจากปัจจัยของการซื้อที่ตอบสนองด้านอารมณ์ที่สามารถเพิ่มความมั่นใจให้ตนเอง ยิ่งกว่านี้ สินค้ากลุ่มเมกอัพยังมีช่องว่างให้เติบโตไปได้อีกมาก เมื่อเปรียบเทียบกับตลาดความงามอย่างประเทศเกาหลี ที่สามารถเจาะตลาดเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ถึง 85% ในขณะที่ประเทศไทยปัจจุบันอยู่ที่ 48% หากมาดูเรื่องของกลุ่มเป้าหมายของตลาดความงามในเมืองไทยเปลี่ยนไปจากอดีตค่อนข้างมาก โดยกลุ่มที่ทำให้ตลาดเติบโตแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก คือ กลุ่ม Gen Z, กลุ่ม Millennials กลุ่ม Gen X และกลุ่ม Baby Boomer สำหรับกลุ่ม Millennials หรือกลุ่มคนที่มีอายุ 23-39 ปี ที่อยู่ในวัยเริ่มทำงาน จะเป็นกลุ่มหลักที่สัดส่วนถึง 43% ต่อยอดขายโดยภาพรวม ทั้งในแง่ของมูลค่าและปริมาณ โดยที่กลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นจะเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญของตลาดอีกด้วย สำหรับความเห็นจาก อิษณาติ วุฒิธนากุล ผู้อำนวยการด้านพัฒนาธุรกิจ บริษัท กันตาร์ เวิร์ลดพาแนล (ไทยแลนด์) ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า จากการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคในผลิตภัณฑ์กลุ่มความงาม แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์สำคัญที่เจาะให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ จะต้องเป็นกลยุทธ์ที่สามารถผนวกรวมระหว่างโลกของยุคดิจิทัล สังคม และธุรกิจที่เป็นหนึ่งเดียว การนำกลยุทธ์ Micro Influencer มาใช้อย่างถูกต้อง และเข้าถึงพฤติกรรมผู้บริโภคด้านความงามในปัจจุบันอย่างถ่องแท้ ว่ามีความต้องการผลิตภัณฑ์ความงามที่เป็นการป้องกัน หรือประเภท Anti-Aging มากกว่าต้องการการแก้ไข ทั้งนี้ ผู้บริโภคปัจจุบันมีความต้องการผลิตภัณฑ์ประเภทสวยเร่งด่วน และต้องการความสะดวกสบาย เป็นสูตรสำเร็จแบบออล-อิน-วัน เน้นผลิตภัณฑ์ที่เป็นธรรมชาติ ไม่ก่อให้เกิดการแพ้ ที่สำคัญที่สุดคือต้องเป็นสินค้าที่มีเรื่องราว มีความเป็นมา และอยู่ในยุคสมัยอีกด้วย อย่างไรก็ดี สำหรับผลิตภัณฑ์กลุ่มความงามในประเทศไทยนั้น จากข้อมูลข้างต้นชี้ให้เห็นถึงสถานะและปัจจัยต่อตลาดไทยหลายอย่างที่ยังทำให้มีโอกาสเติบโตไปได้อีกมาก นอกจากนี้ ออนไลน์เป็นช่องทางการตลาดที่สำคัญยิ่งในอนาคต โดยหัวใจสู่ความสำเร็จในการยึดครองตลาดเป้าหมายคือ การแชร์ อัพเกรดและต้องออนไลน์ และการเจาะตลาดเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น ผู้ประกอบการหรือแบรนด์สินค้าจะต้องพัฒนาสินค้าและหาแคมเปญที่โดนใจควบคู่กันไปด้วย

Tang Zhongzong Li Zhe 2021-05-13 22:54:45

แล้วใช้ ความรุนแรง ประสาทหาร เข้าคุมสถานการณ์!, ศึกป้องกันแชมป์ไฟท์บังคับรุ่นมินิมั่มเวทสภามวยโลก (WBC) ระหว่าง ยักษ์แคระ วันเฮง ไก่ย่างห้าดาวยิม เจ้าของตำแหน่งชาวไทยวัย 32 ปี กับ ลีรอย เอสตราด้า ผู้ท้าชิงรองแชมป์อันดับ 1 วัย 23 ปีชาวปานามา เมื่อวันพุธ 2 พคที่ผ่านมาที่เวทีมวยชั่วคราวลานหน้าศาลากลาง จนครราชสีมา โดยทั้งคู่ชกท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวในสองยกแรกวันเฮงซึ่งได้เปรียบรูปร่างสูงใหญ่กว่าเล็กน้อยเป็นฝ่ายเดินหน้าออกหมัดแย็บนำร่องแล้วต่อยล่างสลับบน ขณะที่เอสตราด้าคอยดักจังหวะอาศัยความเร็วฉากออกซ้ายขวาคอยตอบโต้เป็นระยะเช่นเดียวกันแต่ยังไม่มีใครปล่อยหมัดเข้าจุดโฟกัส ยกที่ 3 เจ้าของตำแหน่งชาวไทยเริ่มจับทางถูกและต่อยหมัดขวางตรงเข้ากระโดงคางจนผู้ท้าชิงชาวปานามาร่วงลงไปให้ มรเจย์ นาดี้ กรรมการผู้ห้ามชาวอเมริกันนับแปด จากนั้นวันเฮงตามประชิดจ้วงหมัดขวาตรงเข้าเต็มกรามเอสตราด้าหล่นให้กรรมการนับแปดเป็นหนที่สอง แต่เอสตราด้ายังประคองเอาตัวรอดไปได้。 ศาลชั้นต้นพิพากษาประหารชีวิต-จำคุก 10 โจรใต้ ก่อเหตุวางระเบิดในเทศบาลเมืองปัตตานี 6 จุดปี 2559 จนมีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บกว่า 20 คน ทรัพย์สินเสียหายจำนวนมาก รอง มทภ4 แจงนำผู้เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน 105 คนไปอยู่พื้นที่ อสุคิริน เหตุทั้งหมดไม่เกี่ยวกลุ่มก่อความไม่สงบ แค่คนไทยหนีความรุนแรงไปอยู่มาเลย์ เมื่อวันที่ 2 พค เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย นำโดย พอปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการ รักษาความมั่นคงภายใน (กอรมน) ภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมด้วย พลตตปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี (ผบกภจวปัตตานี) และนายพงศ์เทพ ไข่มุกด์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี(รอง ผวจปัตตานี) ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังศาลชั้นต้นปัตตานี พิพากษา 10 ผู้ต้องหามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ 6 คดี ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จปัตตานี โดยมีครอบครัวผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ เข้าร่วมรับฟังที่บริเวณทางเข้ามัสยิดกลางปัตตานี ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดที่เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดจากทั้งหมด 6 คดี พอปราโมทย์กล่าวว่า ตามที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายมะซัน หรือฮากิบ สาและ กับพวกรวม 10 คน ในความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย อั้งยี่ ซ่องโจร ก่อให้เกิดระเบิด ความผิดต่อชีวิตทำให้เสียทรัพย์ ความผิดต่อ พรบอาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน จากคดีเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดร้านก๋วยเตี๋ยวเบิ้มนครปฐม หน้าตลาดโต้รุ่ง, ระเบิดร้าน JP เฟอร์นิเจอร์, ระเบิดเรือประมง 2 ลำ, ระเบิดหน้าร้านศรีปุตรีข้างมัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี และขยายผลตรวจยึดอาวุธปืนพกและอุปกรณ์ประกอบระเบิดหลายรายการ รวม 6 คดี เหตุเกิดในพื้นที่เทศบาลเมืองปัตตานี ในห้วงเดือนมิถุนายน- ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา พอปราโมทย์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2561 ศาลจังหวัดปัตตานีได้มีคำสั่งพิพากษาลงโทษจำเลยทั้ง 10 คน โดยศาลสั่งประหารชีวิต 6 คน คือ นายอิบรอเฮง ยูโซ๊ะ, นายอัมรีย์ ลือเย๊าะ, นายสันติ จันทรกุล, นายอายุบ เปาะลี, นายอิสมาแอ ตุยง และนายนิรอนิง นิเดร์ และศาลสั่งจำคุกตลอดชีวิต 3 คนคือ นายมะซัน สาและ, นายอับดุลเลาะ หะยีอูมาร์ และนายรูสรัน แวหะยี เนื่องจากจำเลยทั้ง 3 คน ให้การที่เป็นประโยชน์แก่การพิพากษาคดี ศาลจึงลดโทษ จากประหารชีวิตเป็นจำคุกตลอดชีวิต ส่วนนายฮามิด เจะมะ ศาลสั่งจำคุก 39 ปี 12 เดือน โฆษก กอรมนภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า พฤติกรรมที่ปรากฏของจำเลยทั้ง 10 คน ได้ร่วมกันก่อเหตุถึง 6 คดี เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ได้รับบาดเจ็บกว่า 20 ราย และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก โดยในห้วงที่ผ่านมา ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ให้การช่วยเหลือเยียวยาแก่ครอบครัวของผู้สูญเสียดังกล่าวไปเรียบร้อยแล้ว แต่สำหรับครอบครัวและญาติพี่น้องของผู้ที่กระทำความผิด ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่เคยได้รับการดูแลจากกลุ่มที่อยู่เบื้องหลังของการสร้างสถานการณ์ความรุนแรงแต่อย่างใด โดยทำเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มตนเท่านั้น จึงขอให้ช่วยกันดูแลบุตรหลาน หรือบุคคลในครอบครัวอย่างใกล้ชิด สำหรับผลคำพิพากษาตัดสินคดีขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล ซึ่งได้พิจารณาตามพยานหลักฐานทั้งพยานบุคคล พยานวัตถุ และพยานแวดล้อม ที่ทำให้ศาลเชื่อว่าจำเลยทั้ง 10 คนได้ร่วมกันกระทำความผิดจริง จึงมีคำสั่งพิพากษาลงโทษดังกล่าว อย่างไรก็ตาม จำเลยทั้ง 10 คนยังมีสิทธิในการยื่นขออุทธรณ์ภายในระยะเวลาที่กฎหมายได้กำหนดไว้ โฆษก กอรมนภาค 4 ส่วนหน้ากล่าว ขณะที่ พลตตปิยะวัฒน์กล่าวว่า การดำเนินคดีเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม เริ่มจากการหาพยานหลักฐานนำไปสู่การพิพากษาของศาล โดยได้พิพากษา 6 คดี มี 10 คนที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย อั้งยี่ซ่องโจร การหาพยานหลักฐานที่มีการบูรณาการร่วมสามฝ่ายครั้งนี้ ศาลเชื่อว่าผู้ต้องหาได้กระทำผิดจริง ศาลจึงสั่งตัดสิน พอหาญพล เพชรม่วง ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 กล่าวเสริมว่า เรามีผู้ต้องสงสัย 30 คน ออกหมายจับตั้งแต่ปี 2559 และตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-มกราคม 2560 เราสามารถจับคนร้ายได้ 15 คน ศาลตัดสินยกฟ้อง 5 คน เราปล่อยไปแล้ว ส่วน 10 คนนี้ศาลสั่งประหารชีวิต 9 คน แต่ 3 คนได้ให้การเป็นประโยชน์ ศาลจึงลดโทษ นางพยอม รักบุตร แม่ของ จสตอนุรักษ์ รักบุตร ผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดข้างมัสยิดกลางปัตตานี ปี 2559 กล่าวว่า มีลูกชายคนเดียว มาเสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนี้ ซึ่งวันนี้สามารถจับคนร้ายได้ ก็คิดว่าดี เหตุการณ์จะได้ลดลง ไม่มีผู้สูญเสียอีก อย่างไรก็ดี ในส่วนญาติของหนึ่งในผู้ต้องหา 10 คนที่ศาลตัดสินพิพากษา กล่าวว่า เคารพกระบวนการยุติธรรม แต่ยืนยันว่าลูกชายไม่ใช่คนร้าย เขาเป็นชาวบ้านหาเช้ากินค่ำ ก็ขอสู้ต่อไปเพื่อขอความเป็นธรรมให้ลูกชาย วันเดียวกัน พลตวิชาญ สุขสง รองแม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวถึงกรณี พลทปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 มีแนวคิดจะพาผู้ที่เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน 105 คน ที่กลับจากมาเลเซียเมื่อหลายเดือนก่อน ไปอยู่ที่ ตสุคิริน อสุคิริน จนราธิวาส ว่าที่ตรงนั้นมีพื้นที่ว่างที่กองทัพขอใช้พื้นที่จากโครงการนิคมแล้วประมาณกว่า 700 ไร่ เพื่อให้ผู้ที่เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน 105 คน ซึ่งมี 23 ครอบครัว และเป็นคนโสด 12 คน เข้าไปอยู่อาศัย ซึ่งกลุ่มนี้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ไม่ใช่กลุ่มคนที่สร้างปัญหา แต่เมื่อ 30 ปีก่อนเขามีความเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ เกิดความหวาดระแวง จึงเข้าไปอยู่ในประเทศมาเลเซีย โดยส่วนใหญ่อายุ 70 ปีแล้ว ไม่ใช่พวกที่ก่อเหตุอยู่ในช่วงนี้ เขาเป็นคนไทย เราต้องดูแลเขา แม่ทัพภาค 4 ก็นำมาให้สัญชาติ ให้บัตรประชาชน เพราะเขาคือคนไทย เราทำเพื่อมนุษยธรรม เมื่อก่อนกลุ่ม จคม เป็นคนมาเลย์ เรายังดูแลเขาได้ แต่นี้เขาเป็นคนไทย เราก็ต้องดูแลถึงแม้เขาไม่ได้เป็นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสถานการณ์ แต่เขาก็เป็นคนไทย ขอยืนยันว่ากลุ่ม 105 คนที่เราจะพาเขาไปอยู่ที่ใกล้ๆ หมู่บ้าน บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 12 ไม่ใช่คนร้าย และไม่ใช่กลุ่มคนที่สร้างปัญหา พลตวิชาญกล่าว ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 1 พคที่ผ่านมา มีชาวบ้านกว่า 500 คน จาก 3 หมู่บ้าน ใน ตสุคิริน อสุคิริน จนราธิวาส ได้รวมตัวกันมาที่ห้องประชุมอเนกประสงค์ ค่ายจุฬาภรณ์ที่ 12 เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าว มีการแสดงความคิดเห็นไม่พอใจที่จะให้คนในโครงการพาคนกลับบ้านเข้ามาอาศัยด้วย หลังจาก พลทปิยวัฒน์ มีแนวทางจะใช้พื้นที่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 12 หมู่ที่ 13 บ้านรักษ์ธรรม หมู่ที่ 10 บ้านลีลานนท์ และหมู่ที่ 6 เป็นที่อยู่อาศัยและที่ทำกินให้กับผู้ที่เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน 。

พระเจ้าทรงรู้เสื้อผ้า 2021-05-13 22:54:45

การเติบโตของธุรกิจความงามในเมืองไทยยังไปได้สวย จะเห็นภาพของการเปิดบริการคลินิกความงาม ร้านเสริมสวย หรือแม้แต่ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเมกอัพ ที่มีวางจำหน่ายกันตามท้องตลาดจำนวนมาก แต่ในขณะเดียวกัน ผู้บริโภคก็ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีความน่าเชื่อถือ และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพผิวพรรณของตัวเอง จากสถิติของตลาดความงามในประเทศไทย พบว่ามีความน่าสนใจด้วยมูลค่าที่สูงถึง 57 หมื่นล้านบาท โดยมีอัตราการเติบโต 38% โดยข้อมูลวิจัยชุด ตลาดเครื่องสำอางและความงามไทย ได้สรุปสิ่งที่ผู้ประกอบการควรรู้และนำไปปรับใช้หลายด้าน ทั้งในเรื่องของการเข้าใจถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคและความต้องการ ตลอดจนแนวโน้มตลาดว่ามีทิศทางเป็นเช่นไรอีกด้วย หากมีข้อมูลที่ทำให้วางแผนได้ตรงจุด ก็จะสามารถวางกลยุทธ์ทางการตลาดได้อย่างเหมาะสม ก่อนจะเฉลยว่าควรตีโจทย์การตลาดอย่างไร มาดูกันก่อนว่าตลาดเครื่องสำอางไทยแบ่งออกเป็นกี่กลุ่ม และมีอัตราการเติบโตอย่างไรกันบ้าง สำหรับตลาดความงามในเมืองไทยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มย่อย ประกอบด้วย 1กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผมและศีรษะ (Hair Care) เติบโตในอัตรา 08% 2กลุ่มผลิตภัณฑ์บอดี้แคร์ (Body Care) เติบโต 35% 3กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า (Face Care) โตประมาณ 45% และ 4กลุ่มผลิตภัณฑ์เมกอัพ (Make Up) เติบโต 16% เมื่อพิจารณาถึงสัดส่วนต่อมูลค่าตลาดรวมของกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม จะเห็นว่าสินค้ากลุ่มดูแลผิวหน้า หรือ Face Care เป็นสัดส่วนสูงสุดถึง 40% เมื่อเทียบกับภาพรวมตลาด รองลงมาได้แก่ กลุ่มแฮร์แคร์ กลุ่มเมกอัพ และกลุ่มบอดี้แคร์ ในสัดส่วน 33%, 16% และ 11% ตามลำดับ โดยกลุ่มบอดี้แคร์จะมีสัดส่วนน้อยที่สุด ส่วนผลิตภัณฑ์ที่ช่วยขับเคลื่อนให้ตลาดมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องจะอยู่ในกลุ่มเมกอัพ หรือเป็นสินค้าประเภทที่ต้องใช้เป็นประจำ อาทิ ดินสอเขียนคิ้ว รองพื้น และลิปสติก ขณะเดียวกันยังเป็นการเติบโตของยอดขายจากผู้ซื้อปัจจุบัน 74% การขยายตัวของผู้ซื้อรายใหม่คิดเป็น 4% โดยเป็นกลุ่มคนที่อยู่ในเขตตัวเมืองเป็นส่วนใหญ่ โดยการเติบโตนี้เกิดจากปัจจัยของการซื้อที่ตอบสนองด้านอารมณ์ที่สามารถเพิ่มความมั่นใจให้ตนเอง ยิ่งกว่านี้ สินค้ากลุ่มเมกอัพยังมีช่องว่างให้เติบโตไปได้อีกมาก เมื่อเปรียบเทียบกับตลาดความงามอย่างประเทศเกาหลี ที่สามารถเจาะตลาดเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ถึง 85% ในขณะที่ประเทศไทยปัจจุบันอยู่ที่ 48% หากมาดูเรื่องของกลุ่มเป้าหมายของตลาดความงามในเมืองไทยเปลี่ยนไปจากอดีตค่อนข้างมาก โดยกลุ่มที่ทำให้ตลาดเติบโตแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก คือ กลุ่ม Gen Z, กลุ่ม Millennials กลุ่ม Gen X และกลุ่ม Baby Boomer สำหรับกลุ่ม Millennials หรือกลุ่มคนที่มีอายุ 23-39 ปี ที่อยู่ในวัยเริ่มทำงาน จะเป็นกลุ่มหลักที่สัดส่วนถึง 43% ต่อยอดขายโดยภาพรวม ทั้งในแง่ของมูลค่าและปริมาณ โดยที่กลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นจะเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญของตลาดอีกด้วย สำหรับความเห็นจาก อิษณาติ วุฒิธนากุล ผู้อำนวยการด้านพัฒนาธุรกิจ บริษัท กันตาร์ เวิร์ลดพาแนล (ไทยแลนด์) ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า จากการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคในผลิตภัณฑ์กลุ่มความงาม แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์สำคัญที่เจาะให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ จะต้องเป็นกลยุทธ์ที่สามารถผนวกรวมระหว่างโลกของยุคดิจิทัล สังคม และธุรกิจที่เป็นหนึ่งเดียว การนำกลยุทธ์ Micro Influencer มาใช้อย่างถูกต้อง และเข้าถึงพฤติกรรมผู้บริโภคด้านความงามในปัจจุบันอย่างถ่องแท้ ว่ามีความต้องการผลิตภัณฑ์ความงามที่เป็นการป้องกัน หรือประเภท Anti-Aging มากกว่าต้องการการแก้ไข ทั้งนี้ ผู้บริโภคปัจจุบันมีความต้องการผลิตภัณฑ์ประเภทสวยเร่งด่วน และต้องการความสะดวกสบาย เป็นสูตรสำเร็จแบบออล-อิน-วัน เน้นผลิตภัณฑ์ที่เป็นธรรมชาติ ไม่ก่อให้เกิดการแพ้ ที่สำคัญที่สุดคือต้องเป็นสินค้าที่มีเรื่องราว มีความเป็นมา และอยู่ในยุคสมัยอีกด้วย อย่างไรก็ดี สำหรับผลิตภัณฑ์กลุ่มความงามในประเทศไทยนั้น จากข้อมูลข้างต้นชี้ให้เห็นถึงสถานะและปัจจัยต่อตลาดไทยหลายอย่างที่ยังทำให้มีโอกาสเติบโตไปได้อีกมาก นอกจากนี้ ออนไลน์เป็นช่องทางการตลาดที่สำคัญยิ่งในอนาคต โดยหัวใจสู่ความสำเร็จในการยึดครองตลาดเป้าหมายคือ การแชร์ อัพเกรดและต้องออนไลน์ และการเจาะตลาดเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น ผู้ประกอบการหรือแบรนด์สินค้าจะต้องพัฒนาสินค้าและหาแคมเปญที่โดนใจควบคู่กันไปด้วย,พอปราโมทย์ กล่าวว่า ตามที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายมะซัน หรือฮากิบ สาและ กับพวกรวม 10 คน ในความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย อั้งยี่ ซ่องโจร ก่อให้เกิดระเบิด ความผิดต่อชีวิตทำให้เสียทรัพย์ ความผิดต่อ พรบอาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน จากคดีเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดร้านก๋วยเตี๋ยวเบิ้มนครปฐมหน้าตลาดโต้รุ่ง, ระเบิดร้าน JP เฟอร์นิเจอร์, ระเบิดเรือประมง 2 ลำ, ระเบิดหน้าร้านศรีปุตรีข้างมัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี และขยายผลตรวจยึดอาวุธปืนพกและอุปกรณ์ประกอบระเบิดหลายรายการ รวม 6 คดี เหตุเกิดในพื้นที่เทศบาลเมืองปัตตานีในห้วง มิถุนายน ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา。 ศาลชั้นต้นพิพากษาประหารชีวิต-จำคุก 10 โจรใต้ ก่อเหตุวางระเบิดในเทศบาลเมืองปัตตานี 6 จุดปี 2559 จนมีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บกว่า 20 คน ทรัพย์สินเสียหายจำนวนมาก รอง มทภ4 แจงนำผู้เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน 105 คนไปอยู่พื้นที่ อสุคิริน เหตุทั้งหมดไม่เกี่ยวกลุ่มก่อความไม่สงบ แค่คนไทยหนีความรุนแรงไปอยู่มาเลย์ เมื่อวันที่ 2 พค เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย นำโดย พอปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการ รักษาความมั่นคงภายใน (กอรมน) ภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมด้วย พลตตปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี (ผบกภจวปัตตานี) และนายพงศ์เทพ ไข่มุกด์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี(รอง ผวจปัตตานี) ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังศาลชั้นต้นปัตตานี พิพากษา 10 ผู้ต้องหามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ 6 คดี ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จปัตตานี โดยมีครอบครัวผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ เข้าร่วมรับฟังที่บริเวณทางเข้ามัสยิดกลางปัตตานี ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดที่เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดจากทั้งหมด 6 คดี พอปราโมทย์กล่าวว่า ตามที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายมะซัน หรือฮากิบ สาและ กับพวกรวม 10 คน ในความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย อั้งยี่ ซ่องโจร ก่อให้เกิดระเบิด ความผิดต่อชีวิตทำให้เสียทรัพย์ ความผิดต่อ พรบอาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน จากคดีเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดร้านก๋วยเตี๋ยวเบิ้มนครปฐม หน้าตลาดโต้รุ่ง, ระเบิดร้าน JP เฟอร์นิเจอร์, ระเบิดเรือประมง 2 ลำ, ระเบิดหน้าร้านศรีปุตรีข้างมัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี และขยายผลตรวจยึดอาวุธปืนพกและอุปกรณ์ประกอบระเบิดหลายรายการ รวม 6 คดี เหตุเกิดในพื้นที่เทศบาลเมืองปัตตานี ในห้วงเดือนมิถุนายน- ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา พอปราโมทย์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2561 ศาลจังหวัดปัตตานีได้มีคำสั่งพิพากษาลงโทษจำเลยทั้ง 10 คน โดยศาลสั่งประหารชีวิต 6 คน คือ นายอิบรอเฮง ยูโซ๊ะ, นายอัมรีย์ ลือเย๊าะ, นายสันติ จันทรกุล, นายอายุบ เปาะลี, นายอิสมาแอ ตุยง และนายนิรอนิง นิเดร์ และศาลสั่งจำคุกตลอดชีวิต 3 คนคือ นายมะซัน สาและ, นายอับดุลเลาะ หะยีอูมาร์ และนายรูสรัน แวหะยี เนื่องจากจำเลยทั้ง 3 คน ให้การที่เป็นประโยชน์แก่การพิพากษาคดี ศาลจึงลดโทษ จากประหารชีวิตเป็นจำคุกตลอดชีวิต ส่วนนายฮามิด เจะมะ ศาลสั่งจำคุก 39 ปี 12 เดือน โฆษก กอรมนภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า พฤติกรรมที่ปรากฏของจำเลยทั้ง 10 คน ได้ร่วมกันก่อเหตุถึง 6 คดี เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ได้รับบาดเจ็บกว่า 20 ราย และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก โดยในห้วงที่ผ่านมา ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ให้การช่วยเหลือเยียวยาแก่ครอบครัวของผู้สูญเสียดังกล่าวไปเรียบร้อยแล้ว แต่สำหรับครอบครัวและญาติพี่น้องของผู้ที่กระทำความผิด ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่เคยได้รับการดูแลจากกลุ่มที่อยู่เบื้องหลังของการสร้างสถานการณ์ความรุนแรงแต่อย่างใด โดยทำเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มตนเท่านั้น จึงขอให้ช่วยกันดูแลบุตรหลาน หรือบุคคลในครอบครัวอย่างใกล้ชิด สำหรับผลคำพิพากษาตัดสินคดีขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล ซึ่งได้พิจารณาตามพยานหลักฐานทั้งพยานบุคคล พยานวัตถุ และพยานแวดล้อม ที่ทำให้ศาลเชื่อว่าจำเลยทั้ง 10 คนได้ร่วมกันกระทำความผิดจริง จึงมีคำสั่งพิพากษาลงโทษดังกล่าว อย่างไรก็ตาม จำเลยทั้ง 10 คนยังมีสิทธิในการยื่นขออุทธรณ์ภายในระยะเวลาที่กฎหมายได้กำหนดไว้ โฆษก กอรมนภาค 4 ส่วนหน้ากล่าว ขณะที่ พลตตปิยะวัฒน์กล่าวว่า การดำเนินคดีเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม เริ่มจากการหาพยานหลักฐานนำไปสู่การพิพากษาของศาล โดยได้พิพากษา 6 คดี มี 10 คนที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย อั้งยี่ซ่องโจร การหาพยานหลักฐานที่มีการบูรณาการร่วมสามฝ่ายครั้งนี้ ศาลเชื่อว่าผู้ต้องหาได้กระทำผิดจริง ศาลจึงสั่งตัดสิน พอหาญพล เพชรม่วง ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 กล่าวเสริมว่า เรามีผู้ต้องสงสัย 30 คน ออกหมายจับตั้งแต่ปี 2559 และตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-มกราคม 2560 เราสามารถจับคนร้ายได้ 15 คน ศาลตัดสินยกฟ้อง 5 คน เราปล่อยไปแล้ว ส่วน 10 คนนี้ศาลสั่งประหารชีวิต 9 คน แต่ 3 คนได้ให้การเป็นประโยชน์ ศาลจึงลดโทษ นางพยอม รักบุตร แม่ของ จสตอนุรักษ์ รักบุตร ผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดข้างมัสยิดกลางปัตตานี ปี 2559 กล่าวว่า มีลูกชายคนเดียว มาเสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนี้ ซึ่งวันนี้สามารถจับคนร้ายได้ ก็คิดว่าดี เหตุการณ์จะได้ลดลง ไม่มีผู้สูญเสียอีก อย่างไรก็ดี ในส่วนญาติของหนึ่งในผู้ต้องหา 10 คนที่ศาลตัดสินพิพากษา กล่าวว่า เคารพกระบวนการยุติธรรม แต่ยืนยันว่าลูกชายไม่ใช่คนร้าย เขาเป็นชาวบ้านหาเช้ากินค่ำ ก็ขอสู้ต่อไปเพื่อขอความเป็นธรรมให้ลูกชาย วันเดียวกัน พลตวิชาญ สุขสง รองแม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวถึงกรณี พลทปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 มีแนวคิดจะพาผู้ที่เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน 105 คน ที่กลับจากมาเลเซียเมื่อหลายเดือนก่อน ไปอยู่ที่ ตสุคิริน อสุคิริน จนราธิวาส ว่าที่ตรงนั้นมีพื้นที่ว่างที่กองทัพขอใช้พื้นที่จากโครงการนิคมแล้วประมาณกว่า 700 ไร่ เพื่อให้ผู้ที่เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน 105 คน ซึ่งมี 23 ครอบครัว และเป็นคนโสด 12 คน เข้าไปอยู่อาศัย ซึ่งกลุ่มนี้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ไม่ใช่กลุ่มคนที่สร้างปัญหา แต่เมื่อ 30 ปีก่อนเขามีความเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ เกิดความหวาดระแวง จึงเข้าไปอยู่ในประเทศมาเลเซีย โดยส่วนใหญ่อายุ 70 ปีแล้ว ไม่ใช่พวกที่ก่อเหตุอยู่ในช่วงนี้ เขาเป็นคนไทย เราต้องดูแลเขา แม่ทัพภาค 4 ก็นำมาให้สัญชาติ ให้บัตรประชาชน เพราะเขาคือคนไทย เราทำเพื่อมนุษยธรรม เมื่อก่อนกลุ่ม จคม เป็นคนมาเลย์ เรายังดูแลเขาได้ แต่นี้เขาเป็นคนไทย เราก็ต้องดูแลถึงแม้เขาไม่ได้เป็นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสถานการณ์ แต่เขาก็เป็นคนไทย ขอยืนยันว่ากลุ่ม 105 คนที่เราจะพาเขาไปอยู่ที่ใกล้ๆ หมู่บ้าน บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 12 ไม่ใช่คนร้าย และไม่ใช่กลุ่มคนที่สร้างปัญหา พลตวิชาญกล่าว ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 1 พคที่ผ่านมา มีชาวบ้านกว่า 500 คน จาก 3 หมู่บ้าน ใน ตสุคิริน อสุคิริน จนราธิวาส ได้รวมตัวกันมาที่ห้องประชุมอเนกประสงค์ ค่ายจุฬาภรณ์ที่ 12 เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าว มีการแสดงความคิดเห็นไม่พอใจที่จะให้คนในโครงการพาคนกลับบ้านเข้ามาอาศัยด้วย หลังจาก พลทปิยวัฒน์ มีแนวทางจะใช้พื้นที่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 12 หมู่ที่ 13 บ้านรักษ์ธรรม หมู่ที่ 10 บ้านลีลานนท์ และหมู่ที่ 6 เป็นที่อยู่อาศัยและที่ทำกินให้กับผู้ที่เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน 。

พระเจ้าทรงรู้เสื้อผ้า 2021-05-13 22:54:45

10 ให้นายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครองระดับสูง) จังหวัดเพชรบูรณ์ สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครองระดับสูง) จังหวัดปราจีนบุรี สำนักงานปลัดกระทรวง 11 ให้นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครองระดับสูง) จังหวัดแม่ฮ่องสอน สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครองระดับสูง) จังหวัดเพชรบูรณ์ สำนักงานปลัดกระทรวง และ 12 ให้นายสิริรัฐ ชุมอุปการ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครองระดับสูง) จังหวัดอำนาจเจริญ สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครองระดับสูง) จังหวัดแม่ฮ่องสอน สำนักงานปลัดกระทรวง ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป,หลวงปู่พุทธะอิสระแรงสส์ ถาม’พระมหาไพรวัลย์’ นี่หรือสาวกพระพุทธเจ้า 02 พฤษภาคม พศ 2561 เวลา 20:39 น 。 นิวยอร์กไทมส์ซึ่งเผยแพร่คำถามชุดนี้เป็นรายแรก กล่าวว่า ทีมทนายความของทรัมป์เป็นผู้รวบรวมคำถาม ซึ่งมีไม่ต่ำกว่า 48 ข้อ และไทมส์ได้รับมาจากใครบางคนที่ไม่ได้อยู่ในทีมทนาย。

ดอน เซียน ซง 2021-05-13 22:54:45

ตอนนี้ ท่านอาจารย์ยักษ์ ท่านก็เร่งรองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดินอยู่ ส่วนเราเพิ่งส่งแบบให้เมื่อเดือนมีคเอง ส่วนกรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่นน่าจะเร็ว เพราะอธิบดีฯสนใจมาก และถ้าท้องถิ่นเห็นด้วย จะเร็วกว่า กรมพัฒนาที่ดิน เพราะใกล้ชิดกับประชาชนมากกว่า ดูทั่วประเทศ และเขาไม่ได้สนับสนุนพื้นที่ใหญ่ แค่มุมเล็กๆ ถ้าทุกบ้านมีมุมเล็กๆทำแบบนี้ เชือว่าหมู่บ้านนั้นจะยั่งยืนแน่ เพียงแต่ต้องให้ความรู้และมีอะไรอื่นๆให้เขา ,หลวงปู่พุทธะอิสระแรงสส์ ถาม’พระมหาไพรวัลย์’ นี่หรือสาวกพระพุทธเจ้า 02 พฤษภาคม พศ 2561 เวลา 20:39 น 。ตำรวจปราบจลาจลวางกำลังหน้าร้านแมคโดนัลด์ ระหว่างเกิดเหตุวุ่นวายนอกขบวนประท้วงวันแรงงานในกรุงปารีส / AFP。

ความคิดเห็นที่ร้อนแรง
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ จดทะเบียน

Quanxun เครือข่ายฟุตบอลนำทาง| เงินฟรี หาเงิน paypal ios| เครดิต ฟรี 2000| มือถือรุ่นของสล็อตชนะเงินสด| เดิมพันฟรี สมัคร แข่ง poker| เงินฟรี slot online ฟรีเครดิต| เครดิต ฟรี 2019 ไม่ ต้อง ฝาก| การพนันฟุตบอลเงินจริง| เดิมพันฟรี ทดลองเล่นฟรี 500 | สล็อตข้ามถนน| บัญชีเครื่องสล็อตที่จะส่ง 88| เงินฟรี แชทสด| ทดลองใช้ฟรี แจกโบนัสฟรี| เดิมพันฟรี เกมส์ออนไลน์ต่างๆ| ส่งเงินบาทไทย รางวัล Jack pot| เงินฟรี โปรแกรมสล็อต| ลงทะเบียนฟรี gclub ทดลองเล่นฟรี| เงินฟรี สมาชิก ใหม่ เดิมพัน ฟรี 2019| ลงทะเบียนฟรี โปรแกรมคำนวณ บาคาร่า| โปรโมชั่น สล็อตแจ็คพอตแตก| วิธีฝากเงิน w88| amadou diawara fifa 20| เดิมพันฟรี สล็อต ออนไลน์ w88| betufa default 8| ลงทะเบียนฟรี สูตรบาคาร่าป๋าเซียน| วิธี เดิมพัน fun88| ราคา แทง บอล วัน นี้| jackpot แปลว่า| ลงทะเบียนฟรี ทาง เข้า gclub มือ ถือ| แบบทดสอบฟุตบอล Putian| เกมยิงปลาios| แจก เครดิต ฟรี 500 ไม่ ต้อง ฝาก 2563| เดิมพันฟรี บาคาร่า สูตร| เงินฟรี เกมออนไลน์ W88| ถอนเงิน bet365| ส่งเงินบาทไทย gclub แจกเครดิตฟรี 2019| เงินฟรี เกมยิงปลาฟรีดาวน์โหลด| ufabet slots| ทดลองใช้ฟรี dafabet น่า เชื่อถือ ไหม| caqueret fifa 20| ฉลามปลาฉลามทองฉลามสีเงิน Android| เดิมพันฟรี หมุนอัตโนมัติ| เงินฟรี บาคาร่าพารวย pantip| เงินฟรี w88 สอบถาม| เงินพนันจริงสล็อตแมชชีน| เงินฟรี ปั่นสล็อตออนไลน์| อัพเกรดเกมยิงปลา| เดิมพันฟรี เดิมพันออนไลน์| วิธี เล่น สล็อต ผล ไม้| เดิมพันฟรี คาสิโนออนไลน์แจกเครดิตฟรี| w88club com sports| โปรโมชั่น happyluke| ทดลองใช้ฟรี คาสิโน มาเก๊า แต่งตัว| ลงทะเบียนฟรี อันดับเกมส์สล็อต| ฟุตบอลเอเชียคิง| เดิมพันฟรี การ พนัน ออนไลน์ ฝาก ขั้น ต่ำ 100| playboy slot| ส่งเงินบาทไทย วิธีดูราคาบอล w88| เดิมพันฟรี เครดิตฟรีถอนได้2561| cmd368 promotion| เงินฟรี ปั่นสล็อตออนไลน์| เดิมพันฟรี slot ปลาทอง| เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ทํา เทิ ร์ น| โหลด โปรแกรม สูตร บา คา ร่า| เครดิต ฟรี 50 ไม่ ต้อง แชร์| โปรโมชั่น สูตร บา คา ร่า ที่ ดี ที่สุด| สูตรบาคาร่าที่ดีที่สุด| bmw z8 007| ส่งเงินบาทไทย เว็บไซต์เกมประเทศไทย| เดิมพันฟรี บาคาร่า วิธีเล่น| โบนัสฟรี 500| เครดิต 50| เกมตกปลาที่สามารถชนะเงินได้| neonvegas casino| จนเพราะการพนัน| โปรโมชั่น gclub แจกเครดิตฟรี | โปรโมชั่น จีคลับมือถือ| w88ap| x bet casino| ทดลองใช้ฟรี เครดิต ฟรี 500 ถอน ได้| เดิมพันฟรี gclub slot มือถือ| fifa55 true sport 7| เกมตกปลาที่สามารถชนะเงินได้| ufabet69| ทาง เข้า sbobet| โปรโมชั่น โบนัสฟรี 2019| goldclub slot สล็อต ออนไลน์| โปรโมชั่น ดาวน์โหลดเกมสล็อตฟรี| ลงทะเบียนฟรี สล็อต เล่นผ่านเว็บไซต์ | การเปิดบัญชีเว็บไซต์ฟุตบอลของมาเก๊า| ลงทะเบียนฟรี เกมยิงปลาฟรีดาวน์โหลด| เดิมพันฟรี dafapoker ดี ไหม| 918kiss ฟรี 100| ลงทะเบียนฟรี รู้ทัน บา คา ร่า|